หุ่นยนต์…มิตรหรือศัตรู !!
หุ่นยนต์…มิตรหรือศัตรู ยังคงเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายต่างถกเถียงกัน เพราะมีทั้งฝ่ายที่เห็นว่า หุ่นยนต์ หรือระบบอัตโนมัติต่างๆ จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ และทำให้งานประจำเสร็จสิ้นในเวลารวดเร็ว แม่นยำเป๊ะกว่ามนุษย์ด้วย ส่วนอีกฝ่ายก็มองว่า พวกเขากำลังจะถูกเครื่องจักรกลเหล่านี้เข้ามาแทนที่ แย่งงาน และทำให้พวกเขาตกงานในที่สุด แต่ทว่า ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ย่อมมีทั้งผู้ที่อยู่รอด และผู้ที่แพ้พ่ายเสมอ นั่นคือ สัจธรรม รายงานล่าสุดจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ศึกษาผลกระทบว่า หากภาคธุรกิจนำเอไอ ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบอัตโนมัติมาใช้ กลุ่มแรงงานทักษะต่ำ จะกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ไร้งานทำ หากไม่คิดที่จะปรับตัว โดยคาดว่า ภายในอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยรวมถึงอาเซียน แรงงานกลุ่มนี้เสี่ยงที่จะตกงานมากถึง 140 ล้านคน เมื่อถึงจุดที่เทคโนโลยีพัฒนาไปมาก จนทำให้ต้นทุนต่ำลง แนวคิดของเจ้าของธุรกิจย่อมเปลี่ยนไป การนำระบบอัตโนมัติมาใช้จะช่วยทำให้งานที่ซ้ำซากจำเจ แต่ต้องการความแม่นยำ รวดเร็ว โดยไม่ต้องผ่านการตัดสินใจ จะถูกโอนถ่ายไปให้หุ่นยนต์เป็นผู้ทำแทน จากเดิมที่ใช้เวลา 1-2 วัน ในการกรอกข้อมูล หรือเช็คเอกสาร แต่ว่าเมื่อใช้ระบบอัตโนมัติเข้ามาจับงานนี้ก็จะช่วยย่นระยะเวลาลงเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง ที่สำคัญต้องยอมรับว่า มนุษย์มีโอกาสผิดพลาดสูงกว่าหลายเท่าเมื่อเทียบกับหุ่นยนต์ เมื่อพูดถึงความถูกต้องแม่นยำ […]
หุ้นไทยปิดตลาดปรับลงกว่า 3 จุด อยู่ที่ 1,775.37 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (9 มี.ค. 61) ที่ระดับ 1,775.37 จุด ลดลง 3.53 จุด หรือ -0.20% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,786.43จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,761.63 จุด ขณะที่มูลค่าการซื้อขาย ณ เวลา 17.19 น. อยู่ที่ 72,472.23 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 534.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 9,711.31 ลบ. 2.EA ปิดที่ 45.50 บาท ลดลง -4.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 9,156.08 […]
ECB เตรียมถอนคันเร่งมาตรการกระตุ้นทางการเงิน
• มติที่ประชุม ECB: ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงมาตรการทางการเงินต่างๆไว้ตามเดิมในการประชุมวันที่ 8 มี.ค. ได้แก่ ดอกเบี้ยเงินฝากที่ -0.4% และ QE ขนาด 3 หมื่นล้านยูโรต่อเดือนจนถึง ก.ย. 2018 โดย ECB ยังคงความเป็นได้ของการยืดระยะโครงการ QE ออกไปจากกำหนดการเดิม ก.ย. 2018 หลังจากคาดการณ์เงินเฟ้อใหม่สำหรับปี 2019 ถูกปรับลง 10 bps เป็น 1.4% อย่างไรก็ดี ได้มีการลบข้อความที่จะเปิดทางให้กับ ECB กลับมายกระดับการกระตุ้นขึ้นอีกครั้ง • จุดจบ QE: ข้อความดังกล่าว ปรากฏอยู่ในเนื้อหาการประชุม ECB มาโดยตลอดตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2016 ดังนั้น การตัดข้อความนี้ออกไป จึงสื่อว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินมีความมั่นใจต่อมุมมองเศรษฐกิจยุโรปในระดับหนึ่งแล้ว และไม่คิดว่าจะมีความจำเป็นที่อาจต้องกับมาเพิ่มขนาดการกระตุ้นอีกต่อไปในเร็วๆนี้ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะมีเหตุการณ์ที่สร้างความวิตกขึ้นบ้างก็ตาม […]
จีนทุนสำรองเงินต่างประเทศมีเสถียรภาพ
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายผาน กงเฉิง รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีน ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวนอกรอบการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ครั้งที่ 13 ในวันนี้ว่า ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและเงินหยวนที่มีเสถียรภาพนั้น จะช่วยให้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนให้มีเสถียรภาพด้วยเช่นกัน รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีน กล่าวว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเวลา 12 เดือน ก่อนที่จะชะลอตัวลงในเดือนก.พ. โดยมีสาเหตุมาจากการแข็งค่าของดัชนีอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์ และดัชนีราคาพันธบัตรในตลาดโลกที่ร่วงลง ดัชนีอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 1.7% ในเดือนก.พ. ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐ ตลาดหุ้นยุโรป และตลาดหุ้นญี่ปุ่น ต่างก็ปรับตัวลงราว 4-5%
การลงทุนทางเลือก (Alternative Investment)
By… ศรศักดิ สร้อยแสงจันทร์ BF Knowledge Center การลงทุนในสินทรัพย์อื่นใดที่ไม่ใช่สินทรัพย์หลัก (ตราสารหนี้และหุ้น) ถือว่าเป็นสินทรัพย์ทางเลือก (AI) ซึ่งมีทั้งสินทรัพย์ทางการเงิน (Alternative financial asset) และสินทรัพย์ที่มีตัวตนจับต้องได้ (Alternative tangible asset) สินทรัพย์ทางการเงินที่จัดเป็นการลงทุนทางเลือกได้แก่ กองทุนที่ลงทุนหรือตราสารอนุพันธ์เกี่ยวกับ สินค้าเกษตร (ถั่วเหลือง ยางพารา ข้าว ฝ้าย) สินค้าโภคภัณฑ์ (น้ำมัน ถ่านหิน แร่ธาตุ) โลหะมีค่า (ทอง เงิน พลาตินัม) รวมทั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ Hedge Fund สินทรัพย์ที่จับต้องได้ ได้แก่ เพชร พลอย โบราณวัตถุ ไวน์ สแตมป์ อสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในสินทรัพย์นี้ส่วนใหญ่เกิดจากความชื่นชอบส่วนตัวและมีความชำนาญรอบรู้ในตัวสินทรัพย์จนนำไปสู่การสะสมเพื่อชื่นชมและลงทุนซื้อขายเพื่อทำกำไร สินทรัพย์ทางเลือกทางการเงินมักได้รับคำแนะนำให้ลงทุนในพอร์ตเพื่อประโยชน์ในการกระจายความเสี่ยง ถึงแม้ราคาหรือผลตอบแทนจะมีความผันผวน แต่ความผันผวนไม่สอดคล้องหรือเป็นไปในทิศทางเดียวกับสินทรัพย์หลัก […]
จีนส่งออกเดือนก.พ.พุ่ง 44.5% จับตาสหรัฐฯกีดกั้นการค้า
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กรมศุลกากรจีนเปิดเผยวันนี้ว่า ยอดส่งออกเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 44.5% เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากเดือนก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้น 11.1% ขณะที่ยอดนำเข้าในเดือนเดียวกันเพิ่มขึ้น 6.3% ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้น 36.8% ส่งผลให้เกินดุลการค้า 33.7 พันล้านดอลลาร์ โดยปัจจัยที่ทำให้ยอดส่งออกขยายตัวอย่างรวดเร็วในเดือนดังกล่าวเป็นผลมาจากการเร่งระบายสินค้าคงคลังของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม และจากฐานตัวเลขที่ต่ำในปีก่อนหน้า การเกินดุลการค้าในเดือนดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์กังวลว่า จะเป็นปัจจัยสนับสนุนในสหรัฐฯดำเนินมาตรการโต้ตอบทางการกับจีน หลังเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้ามาโดยตลอด ‘ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างจีนและสหรัฐฯเป็นหนึ่งในประเด็นที่นักลงทุนในตลาดกังวล และการตั้งภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากจีนเป็นประเด็นที่ละเลยไม่ได้ ซึ่งนักลงทุนกังวลว่า อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการทำสงครามการค้าในวงกว้าง’ นางลาร์รี หู หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ที่แมควอรี่ซิเคียวริตี้ส์กล่าว
ซีรี่ส์: จีนผู้ชนะ (ตอนที่7)
จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลกในเวลานี้ โดยจีดีพีของจีนอยู่ที่ 12-13 ล้านล้านดอลลาร์ เทียบกับสหรัฐอยู่ที่ 19 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ในแง่ของภาวะเสมอภาคของอำนาจซื้อ (purchasing power parity) หรือ ประสิทธิผลของเงินที่คำนวณหาระดับการบริโภคสินค้าและบริการในจีน หรือในแต่ละประเทศ โดยใช้ราคาสินค้าและบริการในสหรัฐอเมริกาเป็นฐานในการคำนวณ และแสดงผลในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐซื้อแล้ว เศรษฐกิจจีนมีอำนาจซื้อมากที่สุดในโลก โดยภาวะเสมอภาคอำนาจซื้อเทียบเท่า 70 ล้านล้านดอลลาร์ และภาวะอำนาจซื้อของทั้งโลกอยู่ที่ 125 ล้านล้านดอลลาร์ จีนเป็นผู้ค้ารายใหญ่ที่สุดของโลก จีนมีการนำเข้าวัตถุดิบมากที่สุดในโลก ก่อนที่จะแปรรูปวัตถุดิบเหล่านั้นเพื่อเป็นสินค้าสำเร็จรูปเพื่อการส่งออก ปริมาณการส่งออกของจีนใหญ่กว่าทุกประเทศในโลก การเติบโตของเศรษฐกิจจีนในช่วงที่ผ่านมาช่วยยกระดับการเติบโตของเศรษฐกิจที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิคด้วยกัน ทำให้บริเวณนี้มีจีดีพีรวมกัน 50 ล้านล้านดอลลาร์ จีนส่งออกไปตลาดเอเชียมากกว่าตลาดสหรัฐ ถึงแม้ว่าจีนจะมีอิทธิพลสูงในการค้า แต่เงินที่ใช้ในการค้ากลับเป็นเงินดอลล่าร์สหรัฐ เรื่องนี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงถ้าหากว่าจีนต้องการที่จะเลี่ยงความเสี่ยงของเศรษฐกิจภายนอกที่เกิดจากวัฏจักรดอลล่าร์ ด้วยเหตุนี้การสร้างบทบาทหยวนให้เป็นเงินสกุลหลักของโลกจึงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ จีนมีความคิดที่จะสร้างเศรษฐกิจจีนให้ใหญ่ที่สุดในโลกในศตวรรษที่ 21 ผ่านการลงทุนใจโครงการเส้นทางสายใหม่ ซึ่งจะทำให้จีนเป็นศูนย์กลางของโลก ผ่านการเชื่อมโยง3ภูมิภาคของโลก คือเอเชีย ยุโรปและแอฟริกาเข้าด้วยกัน ดังได้กล่าวมาแล้ว ถ้าจีนจะเป็นใหญ่ทางเศรษฐกิจ เงื่อนไขที่สำคัญคือเงินหยวนต้องเป็นเงินสกุลหลักของโลก หรือเงินหยวนต้องปลดแอกจากการเป็นบริวารของเงินดอลล่าร์ให้ได้ ถ้าปลดแอกไม่ได้ เศรษฐกิจจีน หรือระบบการเงินจีนจะตกอยู่ใต้วงจรของนโยบายการเงินของสหรัฐ […]
หุ้นไทยปิดลบเล็กน้อย อยู่ที่ 1,778.90 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (8 มี.ค. 61) ที่ระดับ ที่ 1,778.90 จุด ลดลง 2.74 จุด หรือ -0.15% ณ เวลา 16:44 น. มีมูลค่าการซื้อขาย 71,413.15 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 532.00 บาท ลดลง -8.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 11,020.35 ลบ. 2.BANPU ปิดที่ 21.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4,316.16 ลบ. 3.EA ปิดที่ 49.50 บาท […]
กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (BFRMF)
Market Update: BFRMF กลยุทธ์ในการบริหารกองทุน: กองทุนมีกลยุทธ์การลงทุนมุ่งหวังผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) • ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา (มกราคม 2561) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีการเปลี่ยนแปลงผสมผสานกันทั้งขึ้นและลง โดยปรับตัวลดลงในช่วงอายุคงเหลือไม่เกิน 11 ปี และอีกช่วงคืออายุคงเหลือ 22 – 30 ปี ขณะที่ได้ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงอายุคงเหลือ 12 – 20 ปี • ราคา NAV กองทุน BFRMF ได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยสะท้อนการ Mark to Market ราคาตราสารหนี้ (พันธบัตร หุ้นกู้) ในช่วงดังกล่าวจาก 14.4759 บาทต่อหน่วย (29 ธ.ค. 2560) เป็น 14.5117 บาทต่อหน่วย (31 ม.ค. 2561) • […]
อัพเดทกองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้ (BFIXED)
ประเด็นเด่นในตลาดตราสารหนี้ • ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 1-10 ปีปรับลดลง 0.01% ถึง 0.09% เป็นผลมาจากเม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยที่สูงถึง 63,370 ล้านบาท และผลการประมูลพันธบัตรอ้างอิงรุ่นอายุ 5 และ 10 ปีที่ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดีด้วยสัดส่วน Bid-to-Cover ที่สูงถึง 4.44และ 3.87 เท่า ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรช่วงอายุใกล้เคียงปรับตัวลดลงทันทีหลังการประมูล • อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยกลับมาเร่งตัวอีกครั้งในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ จากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯในเดือนมกราคมที่ออกมาสูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ รวมทั้ง สัญญาณการเร่งตัวของค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้น 0.3%จากเดือนก่อน ทำให้นักลงทุนกังวลต่อการเร่งตัวของอัตราเงินเฟ้อที่จะกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐฯเร่งกระบวนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่คาดการณ์เดิม จากปัจจัยกดดันดังกล่าวทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 10 ปีเร่งตัวขึ้นแตะระดับ 2.85% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี • สำหรับผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในเดือนมกราคมยังมีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25 – 1.50% พร้อมส่งสัญญาณการปรับนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามเดิม และมีมุมมองต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯและตลาดแรงงานในระดับที่ดี […]









