ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 1 ส.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,593.24 จุด เพิ่มขึ้น 16.83 จุด (+1.07%)

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 1 ส.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,593.24 จุด เพิ่มขึ้น 16.83 จุด (+1.07%)

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 1 ส.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,593.24 จุด เพิ่มขึ้น 16.83 จุด (+1.07%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,581.24 จุด และสูงสุดที่ 1,596.66 จุด มูลค่าการซื้อขาย 82,256.81 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ DELTA ปิดที่ 510.00 บาท เพิ่มขึ้น 36.00 (+7.59%) มูลค่าการซื้อขาย 7,032.96 ลบ. CPALL ปิดที่ 59.75 บาท ลดลง 1.50 (-2.45%) มูลค่าการซื้อขาย 3,263.07 ลบ. PTT ปิดที่ 35.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 (+1.44%) มูลค่าการซื้อขาย 3,119.75 ลบ. KBANK ปิดที่ 145.00 บาท […]

BBLAM Weekly Investment Insights 1 – 5 สิงหาคม 2022

BBLAM Weekly Investment Insights 1 – 5 สิงหาคม 2022

INVESTMENT STRATEGY หุ้นจีนขาขึ้นรอบนี้จะให้มั่นใจต้องตอบได้ว่า เป็นขาขึ้นรอบใหม่? อะไรทำให้วิ่งขึ้นต่อ? ยังหวังมั่งคั่งกับหุ้นจีนได้ไหม? ลงทุนเลยหรือรอ? ช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นจีนพบเจอกับความเสี่ยงรอบด้าน เช่น ปัญหาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของจีน 150 แห่ง ใน 63 เมืองที่หยุดการก่อสร้าง จนทำให้ผู้ซื้อบ้านในโครงการใหม่เหล่านี้รวมตัวกันไม่จ่ายค่างวด สังเกตได้ว่า ต้นตอของปัญหาไม่ได้มาจากฝั่งผู้ซื้อไม่มีเงินจ่าย แต่มาจากฝั่งผู้ประกอบการโครงการใหม่ ซึ่งแม้จะส่งผลกระทบต่อภาคธนาคารในแง่หนี้เสีย และกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่ยอดขายถูกชะงักไปบ้าง แต่ความจริงแล้ว ประเด็นนี้อาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด..เนื่องจากเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะแค่โครงการใหม่ ซึ่งมีมูลค่าสินเชื่อเพียง 6% ของสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด และส่วนใหญ่อยู่ในเมืองรอง ๆ ไม่ใช่หัวเมืองใหญ่ ที่สำคัญ ล่าสุดมีข่าวว่า ธนาคารจีนกลับมาอัดสภาพคล่องแล้ว จึงเชื่อว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน จะสามารถเดินหน้าเพื่อสร้างโครงการใหม่ให้เสร็จจนได้ ส่วนในโลกตลาดทุน สิ่งที่หลายคนอยากรู้คือ ตลาดหุ้นจีนจะกลับมาเป็นขาขึ้นรอบใหม่หรือยัง? คุณมทินา วัชรวราทร CFA® Head of Investment Strategy จาก BBLAM อธิบายข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้ แม้ว่าขาลงของตลาดหุ้นจีนในรอบล่าสุด จะหนักกว่าครั้งก่อน ๆ โดยเฉพาะกลุ่มเทคจีน แต่ในช่วง 2 […]

จีนส่งซิกเศรษฐกิจโตต่ำกว่าเป้า

จีนส่งซิกเศรษฐกิจโตต่ำกว่าเป้า

จีนได้ส่งสัญญาณว่า เศรษฐกิจอาจจะโตต่ำกว่าเป้า เนื่องจากมาตรการคุมโควิดส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก คณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ (โปลิตบูโร) ตั้งเป้าว่า จะรักษาการเติบโตให้อยู่ภายในช่วงที่มีเหตุผล แต่ไม่ได้พูดถึงเป้าหมายการเติบโตอย่างเป็นทางการที่ก่อนหน้านี้กำหนดไว้ที่ 5.5% แถลงการณ์หลังประชุมรายไตรมาสของโปลิตบูโร ซึ่งมีสมาชิก 25 คน และมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นประธาน ระบุว่า ผู้นำจะมุ่งมั่นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่ก็เรียกร้องให้มณฑลต่างๆ ทำงาน เพื่อให้มีการเติบโตตามเป้าของตัวเอง นักวิเคราะห์ กล่าวว่า จีนไม่พูดถึงจีดีพีอย่างเห็นได้ชัด แม้นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า จีนจะโต 5.5% ตามเป้าได้ยาก นอกจากนี้ จีนกำลังเรียกร้องให้มณฑลใหญ่ๆ ชดเชยการเติบโตให้กับมณฑลที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ ก่อนหน้านี้จีนแถลงว่า เศรษฐกิจได้หดตัวอย่างรุนแรงในช่วงไตรมาสสองของปีนี้ เนื่องจากเมืองใหญ่ เช่น เซี่ยงไฮ้ ถูกล็อกดาวน์ทั้งหมดหรือบางส่วนในช่วงนั้น นอกจากนี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เคยบูมก็ซบเซารุนแรง และยอดขายบ้านลดลง 11 เดือนติดต่อกัน

‘อาลีบาบา’ ขอจดทะเบียนกระดานหลักฮ่องกง

‘อาลีบาบา’ ขอจดทะเบียนกระดานหลักฮ่องกง

บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง จะขอจดทะเบียนในกระดานหลักของฮ่องกงภายในปลายปีนี้ แต่ยังคงจดทะเบียนในตลาดสหรัฐฯ ต่อไป นี่ถือเป็นบริษัทใหญ่บริษัทแรกที่ใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงระเบียบ ซึ่งอนุญาตให้บริษัทเทคโนโลยีจีนจดทะเบียนหุ้นในสองกระดานหลักได้ การเคลื่อนไหวของอาลีบาบามีขึ้น ในขณะที่ทั้งรัฐบาลสหรัฐฯ และจีนได้ตรวจสอบเกี่ยวกับการจดทะเบียนของบริษัทจีนอย่างเข้มงวดมากขึ้น และหลังจากที่มีการกวาดล้างตามระเบียบในจีน จนทำให้อาลีบาบาถูกปรับเป็นเงิน 2,800 ล้านดอลลาร์ และต้องยกเลิกการเสนอขายไอพีโอของบริษัท แอนท์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ข่าวนี้ทำให้หุ้นอาลีบาบาในกระดานรองฮ่องกงปรับตัวขึ้น 4% แดเนียล จาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอาลีบาบา กล่าวว่า การจดทะเบียนใน 2 ตลาดจะหนุนฐานนักลงทุนให้มีความหลากหลายและกว้างมากขึ้น นอกจากนี้ การจดทะเบียนในกระดานหลักทั้ง 2 ตลาด จะทำให้อาลีบาบาขอเข้าร่วมโครงการ Stock Connect ที่จะทำให้นักลงทุนจีนในแผ่นดินใหญ่ซื้อหุ้นอาลีบาบาได้ง่ายขึ้น อาลีบาบาจดทะเบียนในกระดานรองของฮ่องกง เมื่อปี 2562 หลังจากที่จดทะเบียนในตลาดนิวยอร์กเมื่อปี 2557 จนถือเป็นการเสนอขายไอพีโอครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ แต่นับตั้งแต่ปี 2563 ราคาหุ้นอาลีบาบาในทั้ง 2 ตลาดปรับตัวลงอย่างหนัก เนื่องจากรัฐบาลปักกิ่งกวาดล้างเรื่องระเบียบ จนส่งผลกระทบต่อหุ้นบริษัทเทคโนโลยีจีน […]

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 27 ก.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,576.41 จุด เพิ่มขึ้น 23.23 จุด (+1.50%) 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 27 ก.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,576.41 จุด เพิ่มขึ้น 23.23 จุด (+1.50%) 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 27 ก.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,576.41 จุด เพิ่มขึ้น 23.23 จุด (+1.50%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,555.64 จุด และสูงสุดที่ 1,576.78 จุด มูลค่าการซื้อขาย 59,390.21 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ DELTA ปิดที่ 474.00 บาท เพิ่มขึ้น 106.00 (+28.80%) มูลค่าการซื้อขาย 6,431.10 ลบ. BANPU ปิดที่ 13.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 (+2.29%) มูลค่าการซื้อขาย 2,098.89 ลบ. KBANK ปิดที่ 146.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 (+0.69%) มูลค่าการซื้อขาย 1,995.64 ลบ. KCE ปิดที่ 62.75 บาท […]

BBLAM House View: B-SELECT แนะนำกองทุนน่าสนใจ ไตรมาส 3 ปี 2022

BBLAM House View: B-SELECT แนะนำกองทุนน่าสนใจ ไตรมาส 3 ปี 2022

จีนเตรียมตั้งกองทุนอุ้มบริษัทอสังหาฯ มูลค่าเงินกองทุนสูงถึง 300,000 ล้านหยวน

จีนเตรียมตั้งกองทุนอุ้มบริษัทอสังหาฯ มูลค่าเงินกองทุนสูงถึง 300,000 ล้านหยวน

จีนมีแผนตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่อาจมีมูลค่าถึง 300,000 ล้านหยวน เพื่ออุดหนุนบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวน 12 แห่ง ซึ่งรวมถึง ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป โดยกองทุนจะได้รับเงินสนับสนุนจาก ไชน่า  คอนสตรัคชั่น แบงก์ 50,000 ล้านหยวน และจากธนาคารกลางจีนอีก 30,000 ล้านหยวน  นอกจากนี้ยังพิจารณาจัดทำนโยบายแห่งชาติสำหรับการออกพันธบัตรพิเศษเพื่อการพัฒนาสลัมในเมืองด้วย  หุ้นอสังหาฯ จีนพุ่งแรงรับข่าวนี้ REDD บริษัทข้อมูลทางการเงิน รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยอ้างแหล่งข่าวว่า จีนมีแผนตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่อาจมีมูลค่าถึง 300,000 ล้านหยวน (44,390 ล้านดอลลาร์) หรือประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท เพื่ออุดหนุนบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวน 12 แห่ง ซึ่งรวมถึง ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป กองทุนนี้จะได้รับเงินจากไชน่า  คอนสตรัคชั่น แบงก์ 50,000 ล้านหยวน และจากธนาคารกลางจีน โดยผ่านธุรกรรม relending facility […]

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 26 ก.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,533.18 จุด ลดลง 7.13 จุด (-0.46%)

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 26 ก.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,533.18 จุด ลดลง 7.13 จุด (-0.46%)

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 26 ก.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,533.18 จุด ลดลง 7.13 จุด (-0.46%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,551.96 จุด และสูงสุดที่ 1,553.18 จุด มูลค่าการซื้อขาย 58,698.22 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ KBANK ปิดที่ 145.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 (+1.40%) มูลค่าการซื้อขาย 4,574.16 ลบ. TLI ปิดที่ 15.00 บาท ลดลง 0.90 (-5.66%) มูลค่าการซื้อขาย 4,223.27 ลบ. PTTEP ปิดที่ 161.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 (+1.89%) มูลค่าการซื้อขาย 2,011.00 ลบ. IVL ปิดที่ 44.00 บาท […]

‘WHO’ ประกาศภาวะฉุกเฉินฝีดาษลิง

‘WHO’ ประกาศภาวะฉุกเฉินฝีดาษลิง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ยกระดับในการเฝ้าระวังสูงสุดต่อการระบาดเพิ่มขึ้นของฝีดาษลิง โดยประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่สร้างความกังวลระหว่างประเทศ WHO ไม่ค่อยจะประกาศเช่นนี้ แต่นั่นหมายถึงว่า ในขณะนี้ WHO มองว่า การระบาดของฝีดาษลิงเป็นการคุกคามที่สำคัญเพียงพอต่อสุขภาพทั่วโลก ซึ่งนานาประเทศจำเป็นต้องตอบโต้ร่วมกันเพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสชนิดนี้ระบาดเพิ่มและมีแนวโน้มที่จะลุกลามกลายเป็นการระบาดใหญ่ แม้ WHO ไม่ได้กำหนดระเบียบแก่รัฐบาลต่างๆ แต่ถือเป็นการเรียกร้องให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน การติดเชื้อฝีดาษลิงได้เพิ่มขึ้นมากในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจนถึงขณะนี้ มีรายงานผู้ติดเชื้อมากกว่า 16,000 คน ใน 75 ประเทศ และจำนวนผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันเพิ่มขึ้น 77% จากปลายเดือนมิถุนายนจนถึงต้นเดือนกรกฎาคม โรคฝีดาษลิงที่ติดเชื้อทั่วโลก ยังคงเกิดขึ้นในหมู่ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันและผู้ที่เป็นเกย์ หรือไบเซ็กชวลเป็นหลัก ในสหรัฐฯ ประมาณ 99% ของผู้ติดเชื้อเกี่ยวข้องกับผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายและมีอายุเฉลี่ย 36 ปี แต่ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า มีผู้ป่วยที่เป็นเด็ก 2 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงกังวลว่า ไวรัสชนิดนี้กำลังหาทางแพร่เชื้อเข้าสู่ประชากรกลุ่มอื่นๆ มีรายงานว่า คณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก็กำลังพิจารณาประกาศให้การระบาดของโรคฝีดาษลิงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขเช่นกัน เนื่องจากผู้ป่วยในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า […]

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 25 ก.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,560.31 จุด เพิ่มขึ้น 7.58 จุด (+0.49%) 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 25 ก.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,560.31 จุด เพิ่มขึ้น 7.58 จุด (+0.49%) 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 25 ก.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,560.31 จุด เพิ่มขึ้น 7.58 จุด (+0.49%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,548.10 จุด และสูงสุดที่ 1,563.27 จุด มูลค่าการซื้อขาย 57,747.55 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ TLI ปิดที่ 15.90 บาท ลดลง 0.10 (-0.63%) มูลค่าการซื้อขาย 10,246.78 ลบ. SCB ปิดที่ 102.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 (+5.15%) มูลค่าการซื้อขาย 2,937.96 ลบ. KBANK ปิดที่ 143.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 (+2.14%) มูลค่าการซื้อขาย 2,511.83 ลบ. BDMS ปิดที่ 27.00 บาท […]