ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 5 พ.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,643.30 จุด ลดลง 8.99 จุด
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 5 พ.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,643.30 จุด ลดลง 8.99 จุด (-0.54%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,643.17 จุด และสูงสุดที่ 1,667.12 จุด มูลค่าการซื้อขาย 77,457.05 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.PTTEP ปิดที่ 154.50 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท (+4.04%) มูลค่าการซื้อขาย 4,277.10 ลบ. 2.KBANK ปิดที่ 147.50 บาท ลดลง 3.50 บาท (-2.32%) มูลค่าการซื้อขาย 4,204.15 ลบ. 3.BANPU ปิดที่ 12.40 […]
ทำงานใหม่ๆ ลงทุนอย่างไรให้ชนะเงินเฟ้อ
โดย…พริ้มพัชร จิรบวรพงศา, AFPTTM คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานในช่วงนี้ บอกได้เลยว่าต้องเจอกับศึกรอบด้าน กว่าจะได้งานทำก็ยาก เรียนรู้งานใหม่ก็ยาก เพราะการทำงานปัจจุบันเน้นการใช้เทคโนโลยี ทำให้ขาดการปฎิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน เรียกได้ว่า ในแง่มุมของการทำงานนั้นไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด แถมด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจไม่ค่อยจะดี อย่างตอนนี้เราก็เจอกับสภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นมาก และสูงขึ้นเร็วชนิดที่ว่าเงินเดือนขึ้นตามไม่ทัน ทำให้ราคาสินค้าและบริการที่ซื้อกินซื้อใช้แพงขึ้น แล้วอย่างนี้ คนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ อย่างเรา หากคิดจะลงทุนควรจะวางแผนอย่างไรดี? อย่างแรกที่ต้องทำก่อนจะลงทุนคือ การวางแผนสภาพคล่อง ให้มีเงินพอกินพอใช้ในแต่ละเดือน ยิ่งในยุคเงินเฟ้อ ข้าวยากหมากแพง ก็อาจจะทำให้เรามีค่าใช้จ่ายโดยรวมที่มากขึ้น ทั้งที่เราก็ใช้ชีวิตแบบเดิม ยกตัวอย่างค่าไฟ ที่อยู่ดีๆ ค่า ft ก็ปรับสูงขึ้น เปิดแอร์ตัวเดิม ระยะเวลาเท่าเดิม แต่ค่าใช้จ่ายมากขึ้นกว่าเดิม เป็นต้น หลังจากที่วางแผนสภาพคล่องเรียบร้อยแล้ว เราจึงค่อยจัดสรรเงินส่วนหนึ่งมาออมและอีกส่วนหนึ่งมาลงทุน แต่สิ่งหนึ่งที่วัยทำงานสงสัยก็คือ เราจะลงทุนอย่างไรให้ได้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ เพราะอย่างที่เรารู้กันดีว่า ถ้าลงทุนแล้วผลตอบแทนได้น้อยกว่าเงินเฟ้อ นั่นก็หมายความว่า มูลค่าเงินลงทุนของเรา นอกจากจะไม่งอกเงยแล้วยังติดลบหรือถูกลดอำนาจในการซื้อไปอีกต่างหาก คำตอบของข้อสงสัยนี้จึงอยู่ที่ว่า เราจะลงทุนในสินทรัพย์อะไร? ที่จะสามารถให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อได้ ซึ่งก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า เงินเฟ้อปัจจุบันอยู่ที่เท่าไร? […]
ก.ล.ต.สหรัฐฯ เพิ่มอีกกว่า 80 บริษัทที่มีความเสี่ยงถูกถอดจากบริษัทจดทะเบียน รวมถึง JD.com
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของสหรัฐฯ ได้เพิ่มรายชื่อมากกว่า 80 บริษัท เข้าไปในบัญชีรายชื่อของบริษัทที่อาจถูกถอดถอนออกจากตลาดได้ โดยในจำนวนนี้ก็มีชื่อของ JD.com, Pinduoduo, Bililbili และ NetEase ของจีน รวมอยู่ด้วย เมื่อวันพุธที่ 4 พฤษภาคม 2022 ก.ล.ต. ของสหรัฐฯ ได้เพิ่มรายชื่อบริษัทจีนที่อาจจะถูกถอดออกจากตลาด อันเนื่องจากกฎหมายที่ปรับปรุงในปี 2020 ที่ให้บริษัทต่างชาติที่มีรัฐบาลถือหุ้นอยู่ต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ปราศจากการครอบงำโดยรัฐบาลประเทศนั้นๆ สำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่จีนอื่นๆ ที่ถูกจัดอยู่ในบัญชีรายชื่อกลุ่มที่อาจถูกถอดถอนอยู่แล้ว ได้แก่ JinkoSolar Holding, NIO และ China Petroleum & Chemical ขณะที่แหล่งข่าวกล่าวกับ Reuters ไปว่า เมื่อเดือนก่อนหน่วยงานกำกับของจีนได้ขอให้บริษัทจีนบางแห่งที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ รวมถึง Alibaba, Baidu และ JD.com เตรียมพร้อมเรื่องการเปิดเผยการตรวจสอบเพิ่มเติมด้วย เมื่อต้นเดือนเมษายน 2022 จีน […]
ธนาคารกลางอินเดียประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 40bps เร็วกว่าที่คาด ในการประชุมนอกรอบ 4 พ.ค.
BF Economic Research ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 40bps ในการประชุมนอกรอบวันที่ 2-4 พ.ค. ที่ผ่านมา เร็วกว่าที่ตลาดคาดว่าจะปรับขึ้นในการประชุมเดือนมิ.ย. โดยหลังผลการประชุมประกาศออกมาเมื่อวานส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอินเดียอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับ 7.41% ขณะที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง และค่าเงินรูปีอ่อนค่า Das ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย กล่าวว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางอินเดียได้พิจารณาถึงแนวโน้มเงินเฟ้อ และมองว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดความร้อนแรงของเงินเฟ้อถือเป็นเรื่องที่เหมาะสม นอกจากนี้ RBI ยังเล็งเห็นว่า การใช้นโยบายการเงินเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ในปัจจุบันจะช่วยสร้างเสถียรภาพด้านการเงิน ท่ามกลางตลาดการเงินที่ผันผวนในขณะนี้ ในเดือนมี.ค. อัตราเงินเฟ้ออินเดียปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 7%YoY ซึ่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 17 เดือน และเกินเพดานกรอบเป้าหมายของ RBI ที่ 6% มาเป็นเดือนที่สามแล้ว และสูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 6.35% หากย้อนไปในการประชุม RBI เดือนเม.ย. RBI มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย Repo Rate และ Reverse Repo Rate ไว้ที่ 4.0% และ 3.34% ตามลำดับ แต่ได้มีการนำอัตรา Standing Deposit Facility มาใช้แทน Reverse Repo Rate โดยกำหนดไว้ที่ 3.75% และมีการส่งสัญญาณว่าจะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น เนื่องจากหันมาให้ความสำคัญกับการควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ RBI ได้ปรับประมาณการเงินเฟ้อขึ้นจากเดิม 4.5% เป็น 5.7% สำหรับปีงบประมาณ 2022/23 และปรับลด GDP ลงจาก 7.8% เป็น 7.2% การปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบาย 40bps นี้ส่งผลให้ปัจจุบัน Repo Rate อยู่ที่ 4.4% และอัตรา Standing Deposit Facility อยู่ที่ 4.15% และในการประชุมเดือนมิ.ย. นี้มีความเป็นไปได้ที่ RBI จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งหนึ่ง โดยก่อนหน้านี้ตลาดคาดว่าปลายปีดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 4.75-5.0% โดยเรามองว่าเริ่มมีความเป็นไปได้ที่จะขึ้นไปสูงกว่านี้ หากเงินเฟ้อยังยืนเหนือ 6% ต่อเนื่อง […]
Read between the (Fed’s) line
Economic Research Key Event คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FOMC ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 50 bps เข้าสู่กรอบ 0.75-1.00% ซึ่งมีผลให้อัตราดอกเบี้ยสำคัญอื่นๆ เช่น The Interest Rate on Reserve Balance (IORB) ปรับขึ้นในอัตราที่เท่ากันสู่ 0.9% พร้อมกันนี้ FOMC ยังเผยแผนการปรับลดการถือครองสินทรัพย์ อันได้แก่ U.S. Treasury Securities และ MBS ด้วย โดยแผนการลดการถือครองนี้จะเริ่มตั้งแต่เดือนมิ.ย. เป็นต้นไป โดยได้กำหนดอัตราลดการถือครองเป็นสองช่วงดังแสดง Powell กล่าวอะไรบ้างใน Press Conference “ภารกิจสำคัญของ Fed ตอนนี้คือการลดแรงกดดันจากเงินเฟ้อให้เร็วที่สุด โดย Fed อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งละ 50 bps ในการประชุมอีกสองครั้งข้างหน้าคือในเดือน มิ.ย.- […]
Fed ขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ตามคาด ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 20 ปี เพื่อสู้เงินเฟ้อ
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2022 ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง 0.50% ซึ่งเป็นการปรับเชิงรุกมากที่สุดเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่ปรับขึ้นไปอยู่ในระดับสูงที่สุดในรอบ 40 ปี “เงินเฟ้อสูงมาก และเราเข้าใจความลำบากที่ตามมา เรากำลังดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อทำให้เงินเฟ้อลงมา” Jerome Powell ประธาน Fed กล่าวระหว่างแถลงข่าว เขา ระบุว่า เขาสังเกตเห็นภาระเงินเฟ้อในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ดังนั้นจึงขอมุ่งมั่นที่จะทำให้ราคากลับมามีเสถียรภาพ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ออกมานี้ ถือว่าเป็นไปตามที่ตลาดคาด ไม่ได้เป็นไปในเชิงรุกมากกว่านั้น โดยอัตราดอกเบี้ยของ Fed นี้ เป็นอัตราอ้างอิงที่ธนาคารจะใช้เรียกเก็บธนาคารด้วยกันสำหรับการกู้ยืมระยะสั้น แต่ก็มีความเชื่อมโยงกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับผู้บริโภคซึ่งมีหลากหลายอัตราด้วย นอกจาก Fed จะขึ้นดอกเบี้ยตามตลาดคาดแล้ว ก็ยังระบุว่าจะเริ่มลดการถือครองสินทรัพย์ที่อยู่ในงบดุล 9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วย โดยก่อนหน้านี้ Fed ซื้อพันธบัตรเพื่อรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำ และอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงที่มีการแพร่ระบาด แต่จากราคาที่พุ่งขึ้นก็ทำให้ต้องทบทวนนโยบายการเงินใหม่ ทั้งนี้ แม้ตลาดเตรียมตั้งรับเอาไว้แล้วสำหรับความเคลื่อนไหวของนโยบายการเงินทั้ง 2 ทาง แต่ปีนี้ก็คงจะเป็นปีที่มีความผันผวนตลอดปี ภายหลังประกาศ อัตราดอกเบี้ย Fed […]
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 3 พ.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,652.29 จุด ลดลง 15.15 จุด
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 3 พ.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,652.29 จุด ลดลง 15.15 จุด (-0.91%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,649.50 จุด และสูงสุดที่ 1,668.54 จุด มูลค่าการซื้อขาย 67,070.07 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.SCB ปิดที่ 117.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท (+2.17%) มูลค่าการซื้อขาย 3,036.95 ลบ. 2.BANPU ปิดที่ 12.20 บาท ลดลง 0.10 บาท (-0.81%) มูลค่าการซื้อขาย 2,290.14 ลบ. 3.BDMS ปิดที่ 25.25 […]
ออสเตรเลียขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่าสิบปี
ออสเตรเลียประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบมากกว่าสิบปี เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภคที่คาดกว่าจะเพิ่มขึ้น ธนาคารกลางออสเตรเลีย ออกมาเผยข้อมูลในวันอังคารที่ 3 พฤษภาคม 2022 ว่า จะเพิ่มอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็น 0.35% ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2010 Philip Lowe ผู้ว่าการ ธนาคารกลางออสเตรเลีย ระบุว่า นี่เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะเริ่มถอนการสนับสนุนทางการเงินแบบไม่ธรรมดาบางส่วน ที่จัดทำขึ้นมาเพื่อช่วยเศรษฐกิจของออสเตรเลีย ระหว่างเผชิญกับการแพร่ระบาด Lowe กล่าวว่า เศรษฐกิจได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถฟื้นตัวได้ และอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ และยังมีหลักฐานว่า ค่าแรงกำลังเติบโตขึ้น ด้วยปัจจัยเหล่านี้ กับอัตราดอกเบี้ยที่ยังต่ำมากในปัจจุบัน จึงเหมาะสมแล้วที่จะเริ่มกระบวนการปรับสภาพการเงินให้เป็นปกติ สำหรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับขึ้นแค่ 0.15% เป็น 0.25% ตามผลสำรวจของ Reuters ที่มา : CNBC
B-FUTURE B-FUTURERMF B-FUTURESSF BBLAM Weekly Investment Insights
BBLAM Weekly Investment Insights 3 – 6 พฤษภาคม 2022
Investment Strategy หุ้นเทคโนโลยีประเภทหุ้นเติบโตที่ผ่านมาถูกเทขายออกมามาก ซึ่งมีสาเหตุจากทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ที่เข้มงวด แต่ถ้าตั้งใจลงทุนระยะยาว หุ้นเทคฯ ที่มีอนาคตดีบางกลุ่มอย่าง AI ราคาที่ปรับลดลงมาก็ถือเป็นข่าวดี เพราะมูลค่าที่ปรับตัวลงมาเป็นโอกาสทยอยสะสม ถ้าจะพูดถึงกองทุนที่ออกแบบมาเพื่อรองรับแนวโน้มโลกแห่งอนาคต ชื่อกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเพื่อคนรุ่นใหม่ หรือ B-FUTURE ก็ต้องติดโผนี้ด้วยแน่นอน เพราะกองทุนนี้มีนโยบายลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องหรือได้ประโยชน์จากแนวโน้มการบริโภคในอนาคต หรือธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับแนวโน้มการบริโภค การดำเนินธุรกิจ และเศรษฐกิจในอนาคต กองทุน B-FUTURE ได้รับการจัดอันดับจากวารสารการเงินธนาคาร ให้เป็นกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี 2022 ในกลุ่มกองทุนหุ้นต่างประเทศ (Foreign Equity Fund) โดยการจัดอันดับครั้งนี้วัดผลการดำเนินงานกองทุน ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2021 สัปดาห์นี้ ทาง Investment Strategist จาก BBLAM จึงมาให้มุมมองว่าถึงโอกาสลงทุนในกองทุน B-FUTURE กัน กองทุนเน้นลงทุนในหุ้นเติบโตสูง เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว ซึ่งในช่วงเวลานี้ก็ถือว่า มูลค่ายังไม่แพงเกินไป โดยปัจจุบัน B-FUTURE ลงทุนในหน่วยลงทุนของ 3 กองทุนเป็นหลัก […]
So…what’s next?
โดย…ดร.มิ่งขวัญ ทองพฤกษา Chief Economist, BBLAM หลังจากที่ฉายภาพเศรษฐกิจ หรือสถานการณ์ข่าวสารบ้านเมือง ให้กับลูกค้า หรือการประชุมภายในบริษัท ก็จะมีคำถาม Follow up เสมอว่า “So… what’s next ?” แล้วให้ทำไงต่อ ? คำถามสั้นมาก แต่หาคำตอบได้ยากมากเลยจริงๆ เลยนะคะ นักเศรษฐศาสตร์ถูกสอนมาให้อธิบายอดีต ไม่ใช่ให้ทายอนาคต นี่เนอะ แต่พอมาอยู่ในวงการนี้แล้ว ก็ต้องปรับตัวหลายกระบวนท่าเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ก็ยังต้องฝึกฝนอยู่ และสิ่งนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะแชร์ให้กับเพื่อนๆ แบบนี้ค่ะ เมื่อเราได้รับข่าวสารใดๆ ก็ตามมา เราควรจะประเมินสถานการณ์ แล้วตอบตัวเองให้ได้ว่า “เราควรจะทำยังไงต่อ” ยิ่งหาคำตอบได้เร็ว แปลว่า เราจะได้สามารถ Move ได้ก่อน บ่อยครั้งค่ะ พบว่า นักลงทุนหลายท่าน ใช้เวลากับการติดตามข่าวค่อนข้างมาก รู้ละเอียดทุกอย่าง อัพเดทสถานการณ์ทุกวัน แต่กลับไม่เปิด App ดูพอร์ตไม่ยอมแก้พอร์ตตัวเองเลย หรือบางท่านมองว่า สถานการณ์ในอนาคตจะไม่เปลี่ยนแปลงจากข่าวในปัจจุบัน แล้วตัดสินใจซื้อขายตามข่าวตามปัจจุบัน แบบนี้จะกลับกลายเป็นว่า […]









