จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือน มี.ค. ลดลงเหลือ 8.2 แสนคน หดตัว -76.4% YoY ด้านรายได้จากการท่องเที่ยวลดลงเหลือ 3.9 หมื่นล้านบาท หดตัว -77.6%
BF Economic Research จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดือน มี.ค. ลดลงเหลือ 8.2 แสนคน หดตัว -76.4% YoY ด้านรายได้จากการท่องเที่ยวลดลงเหลือ 3.9 หมื่นล้านบาท หดตัว -77.6% รายประเทศ จีน (-94.2%) ยุโรป (-51.2%) มาเลเซีย (-70.2%) อินเดีย (-90.5%) ญี่ปุ่น (-83.2%) สหรัฐฯ (-78.0%) และตะวันออกกลาง (-94.3%) ภาพรวมในไตรมาสแรกปี 2020 นักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 6.7 ล้านคน หดตัว -38.0% YoY และรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ 3.3 แสนล้านบาท หดตัว -40.4% เราคาดทั้งปี รายได้จากการท่องเที่ยวจะหายไป 51.5% มาอยู่ที่ 9.4 […]
ดัชนีหุ้นไทย 22 เม.ย. 63 ปิดตลาด 1,261.81 จุด เพิ่มขึ้น 8.89 จุด
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 เม.ย. 2563 ปิดตลาดที่ 1,261.81 จุด เพิ่มขึ้น 8.89 จุด หรือ +0.71% โดยระหว่างวันสูงสุดที่ 1,262.43 จุด ต่ำสุดที่ 1,231.58 จุด มูลค่าการซื้อขาย 76,817.44 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.GULF ปิดที่ 39.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท (+6.85%) มูลค่าการซื้อขาย 5,326.24 ลบ. 2.BAM ปิดที่ 22.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.90 บาท (+4.13%) มูลค่าการซื้อขาย 5,070.84 ลบ. 3.PTT ปิดที่ 33.25 บาท ลดลง 0.75 บาท […]
ซีอีโอทั่วโลกเตรียมรับมือภาวะเศรษฐกิจถดถอยและอาจฟื้นตัวช้าจากผลกระทบโควิด-19
รายงานข่าวจากรอยเตอร์ส ระบุว่า ผู้นำธุรกิจทั่วโลกกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ผลสำรวจดังกล่าว เผยแพร่ออกมาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยได้มีการสำรวจประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอหลายพันคนโดย พวกเขามีมุมมองว่า จากผลกระทบของการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ทำให้เศรษฐกิจจะฟื้นตัวช้าแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมีลักษณะของการฟื้นตัวแบบตัวยู (U-shaped recovery) การระบาดใหญ่ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 170,000 คนทั่วโลก ส่งผลต่อตลาดการเงิน และอาจทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ในช่วงทศวรรษ 1930 รายงานฉบับดังกล่าวจัดทำขึ้นโดย YPO (Young Presidents’ Organization) เครือข่ายของผู้บริหารรุ่นใหม่ระดับโลก โดยได้สำรวจความคิดเห็นผู้บริหารระดับสูงจำนวน 3,534 คน จาก 109 ประเทศ เมื่อช่วงวันที่ 15-19 เม.ย. ที่ผ่านมาพบว่า ผู้บริหารระดับสูงประมาณ 60% กำลังเตรียมตัวรับมือกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในรูปแบบตัวยู ซึ่งจะใช้เวลาที่ยาวนานระหว่างช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยกลับมาเป็นช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น ขณะที่ 22% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยซ้ำซ้อน (Double dip recession) ผลสำรวจพบว่ามี […]
B-ENHANCED BF Knowledge Center
B-ENHANCED โอกาสของกองทุนรวมตราสารหนี้
โดย พริ้มพัชร จิรบวรพงศา AFPTTM ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center กองทุนรวมตราสารหนี้ เป็นเครื่องมือการลงทุนที่นักลงทุนต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากอยู่นิดหน่อย และค่อนข้างสม่ำเสมอ ผู้ลงทุนส่วนใหญ่จึงเลือกใช้เป็นแหล่งพักเงินหรือสำรองไว้ในยามฉุกเฉิน อีกทั้งยังใช้เป็นส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงสำหรับการจัดพอร์ตลงทุน (Asset Allocation) และใช้เป็นสภาพคล่องในการปรับพอร์ตการลงทุนอีกด้วย ความคุ้นเคยจากการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น อาจทำให้ผู้ลงทุนส่วนหนึ่งเข้าใจคลาดเคลื่อนไปว่าการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ “ไม่มีทางขาดทุน” แต่ในความเป็นจริงการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้มีโอกาสขาดทุนได้เช่นกัน โดยขึ้นอยู่กับอัตราผลตอบแทนของตลาด (Market Yield) ในวันนั้นคำนวณกับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมตราสารหนี้ให้สะท้อนราคาที่เป็นธรรม (Mark to Market) ตามกฎเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงความเสี่ยงจากการที่ผู้ออกตราสารจะผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถพิจารณาจากการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ จึงมีความเสี่ยงในระดับต่ำถึงปานกลางค่อนข้างสูง ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ตามที่กล่าวข้างต้น และแม้ว่าจะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ก็ยังน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ การลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของนักลงทุน โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดการลงทุนมีความผันผวนเช่นปัจจุบัน ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การเลือกกองทุนรวมตราสารหนี้ให้เหมาะสมกับเป้าหมายที่ต้องการ ภายใต้ความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้ ปัจจุบันนักลงทุนแสวงหาโอกาสจากการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้กันมากขึ้น โดยเลือกลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะปานกลางและระยะยาวเพื่อรับผลตอบแทน อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนต้องเข้าใจเรื่องความผันผวนของราคาว่าอาจมีขึ้นลงอยู่บ้าง […]
ดัชนีหุ้นไทย 21 เม.ย. 63 ปิดตลาด 1,252.92 จุด ลดลง 13.48 จุด
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 เม.ย. 2563 ปิดตลาดที่ 1,252.92 จุด ลดลง 13.48 จุด หรือ -1.06% โดยระหว่างวันสูงสุดที่ 1,260.96 จุด ต่ำสุดที่ 1,243.58 จุด มูลค่าการซื้อขาย 58,676.75 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 34.00 บาท ลดลง 1.25 บาท (-3.55%) มูลค่าการซื้อขาย 3,738.60 ลบ. 2.GULF ปิดที่ 36.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท (+1.39%) มูลค่าการซื้อขาย 3,239.95 ลบ. 3.AOT ปิดที่ 60.50 บาท ลดลง 1.50 บาท […]
ราคาน้ำมันโลกติดลบครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังนักลงทุนกังวลน้ำมันล้นตลาด
รายงานข่าวจากรอยเตอร์ส ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบโลกได้ปรับลดลงมาอยู่ในระดับติดลบเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สำหรับ ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าสัญญาเวสต์เท็กซัส (WTI) เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งมอบในเดือน พ.ค. ลดลงจากระดับ 18.27 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ -37.63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือลดลงมากถึง 55.90 ดอลลาร์สหรัฐ และเป็นราคาที่ลดต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน มิ.ย. ร่วงมาอยู่ที่ระดับ 20.03 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 4.60 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ในเดือน มิ.ย. ราคาปรับตัวลงเช่นกัน โดยอยู่ที่ 25.57 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 2.51 ดอลลาร์สหรัฐ รายงานข่าวจากบลูมเบิร์ก ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบในเดือน พ.ค. ลดลง มาอยู่ในระดับติดลบนั้นเป็นผลมาจากความต้องการน้ำมันทั่วโลกลดลงจากกระทบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ซึ่งทำให้หลายประเทศใช้มาตรการล็อกดาวน์หรือปิดประเทศ ทำให้การใช้น้ำมันลดลงอย่างมาก ประกอบกับคลังเก็บน้ำมันเริ่มมีปริมาณใกล้เต็มความจุจนเกิดความเสี่ยงต่อปริมาณน้ำมันที่ล้นตลาด นักวิเคราะห์จาก ANZ Research กล่าวว่า […]
ขอเชิญชวนนักลงทุนร่วมตอบแบบสำรวจ Bualuang Fund Market Survey
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้าร่วมตอบแบบสำรวจกับเรา พบกันใหม่ในครั้งต่อไป
สหรัฐฯ อาจต้องถ่วงสมดุลระหว่างมาตรการที่เข้มข้นกับความต้องการของแรงงาน
รายงานข่าวจากรอยเตอร์ส ระบุว่า สหรัฐฯ อาจต้องพยายามมากขึ้นเป็น 2 เท่าในการสร้างความสมดุลระหว่างข้อจำกัดต่างๆ ทางเศรษฐกิจ เพื่อลดความเสี่ยงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) แพร่ระบาด ไปพร้อมกับการตอบสนองความต้องการทางเศรษฐกิจของแรงงาน ปัจจุบัน การวิจัยสรุปได้ว่า แรงงานที่อายุน้อยจะได้รับประโยชน์มากกว่าในการผ่อนปรนกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดลง ขณะที่ผู้สูงอายุมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับมาตรการคุ้มครองจากโรคระบาดมากที่สุด ส่วนแรงงานวัยกลางคนที่มีข้อจำกัดเล็กน้อย ให้คงเหลือกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดไว้จนถึงสิ้นเดือน ก.ค. น่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด รายงานดังกล่าว จัดทำขึ้นโดยทีมวิจัย ซึ่งรวมถึงที่ปรึกษาทางการเงิน Jonathan Heathcote ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขามินเนอาโพลิส และ Andrew Glover นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของเฟด สาขาแคนซัสซิตี้ ในรายงานกล่างถึงหัวข้อ สุขภาพกับความมั่งคั่ง ไว้อย่างชัดเจน โดยชี้ว่า คุณค่าของชีวิตในทางสถิติอยู่ที่ 11.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับหน่วยงานรัฐบาลกลางอื่น ๆ เช่น กรมการขนส่ง ที่ใช้ตัวเลขนี้ในการวิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบระหว่างการแลกเปลี่ยนให้คนทำงานต้องว่างงานกับการผ่อนปรนมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม รายงานยังระบุว่า หากยกเลิกมาตรการปิดเมืองในช่วงวันอีสเตอร์ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ คาดไว้ในตอนแรก จะทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึง […]
ดัชนีหุ้นไทย 20 เม.ย. 63 ปิดตลาด 1,266.40 จุด เพิ่มขึ้น 27.16 จุด
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 20 เม.ย. 2563 ปิดตลาดที่ 1,266.40 จุด เพิ่มขึ้น 27.16 จุด หรือ +2.19% โดยระหว่างวันสูงสุดที่ 1,273.25 จุด ต่ำสุดที่ 1,237.22 จุด มูลค่าการซื้อขาย 67,298.11 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.AOT ปิดที่ 62.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท (+5.98%) มูลค่าการซื้อขาย 4,402.89 ลบ. 2.PTT ปิดที่ 35.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท (+2.92%) มูลค่าการซื้อขาย 3,069.74 ลบ. 3.BAM ปิดที่ 21.90 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 2,ุ645.89 […]
มาเลเซียตื่นตัวหาทางควบคุมและติดตามแรงงานผิดกฎหมาย หวั่นโควิด-19 ระบาด
รายงานข่าวจากเดอะ สเตรท ไทม์ส ระบุว่า การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ของแรงงานต่างชาติถูกกฎหมายในประเทศมีการจัดการที่ดี แต่รัฐบาลจำเป็นต้องทำงานมากขึ้น เพื่อติดตามกรณีของการติดเชื้อในหมู่แรงงานผิดกฎหมาย Shamsuddin Bardan ผู้อำนวยการบริหารสหพันธ์นายจ้างแห่งมาเลเซีย (Malaysian Employers Federation : MEF) กล่าวว่า การควบคุมและติดตามการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับแรงงานผิดกฎหมายในมาเลเซียค่อนข้างทำได้ยาก เนื่องจากพวกเขาไม่ได้รับการประกันสุขภาพ เขา กล่าวว่า แรงงานผิดกฎหมายส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะอาศัยอยู่ในพื้นที่คับแคบ เช่นในเขตจาลันมัสยิดอินเดีย (Jalan Masjid India) ในกัวลาลัมเปอร์ ทั้งนี้ คาดว่า มาเลเซียอาจมีจำนวนแรงงานผิดกฎหมายสูงสุดถึง 3.3 ล้านคน ในขณะที่ แรงงานที่มีเอกสารถูกต้องตามกฎหมายมีจำนวน 2.2 ล้านคน










