Update: สถานการณ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน

Update: สถานการณ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯประกาศจะเรียกเก็บภาษีจากจีนทั้งสิ้น 6 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ คิดเป็นสัดส่วน 9.4% ของมูลค่าการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน (6.36 แสนล้านดอลลาร์ฯ) หรือราว 2.6% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของสหรัฐ (2.3 ล้านล้านดอลลาร์ฯ) จากการพิจารณาของ USTR ภายใต้ SECTION 301 Special, กลุ่มสินค้าที่สหรัฐฯอาจจะปรับภาษีขึ้นได้แก่ สินค้าในกลุ่ม Aerospace, Information and Communication Technology, and Machinery ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐฯได้ใช้มาตรการ Safeguard (Safeguard Measures) เพื่อขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า 2 ประเภทซึ่งได้แก่ เครื่องซักผ้า (สูงสุด 50%),  Solar Panel (30%) เมื่อเดือน ม.ค. พร้อมทั้งภายหลังได้ปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าประเภทเหล็ก (25%) และอลูมิเนียม (15%) ในเดือนมี.ค. จากนั้นในเดือนเม.ย. จีนตอบโต้กลับด้วยการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ […]

Electric Vehicle (EV) – รถยนต์ไฟฟ้า ทางเลือกสู่อากาศสะอาด

Electric Vehicle (EV) – รถยนต์ไฟฟ้า ทางเลือกสู่อากาศสะอาด

By…ฐาปณัฐ สุภาโชค Fund Management ในปัจจุบัน ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละอองในอากาศซึ่งก่อตัวรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆในเมืองต่างๆทั่วโลก โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกิดจากไอเสียรถยนต์ กับเขม่าและฝุ่นจากการก่อสร้าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้แต่ละประเทศมีการเตรียมออกมาตรการป้องกันและแก้ไขออกมาอย่างหลากหลาย โดยมากจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบรถยนต์เก่า ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้ใช้รถยนต์พลังงานทดแทน เช่น รถยนต์ไฟฟ้า รถปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิง จึงไม่แปลกที่ผู้ผลิตรถยนต์เกือบทุกค่ายจะสนใจในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า หลายประเทศได้เริ่มกำหนดระยะเวลาในการเลิกใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซล นำโดย นอร์เวย์ ในปี 2025 อินเดีย ในปี 2030 ตามด้วย ฝรั่งเศส และ อังกฤษ ในปี 2040 ขณะที่ยักษ์ใหญ่อย่าง จีน ยังไม่ได้ประกาศเส้นตายออกมาอย่างเป็นทางการ แต่การกำหนดเป้าหมายลดมลพิษในอากาศภายในปี 2030 ทำให้เชื่อว่าเส้นตายของ จีน อาจมาถึงเร็วกว่าที่คิด ก่อนหน้านี้ จีนได้ประกาศห้ามใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมัน และหันมาใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแทน ส่งผลให้จำนวนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าใน จีน ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาถึงกว่า 200 ล้านคัน ด้านประเทศไทย แม้จะยังอยู่ในช่วงปรับตัวให้สอดรับกับกระแสรถยนต์ไฟฟ้า […]

ญี่ปุ่นมองสงครามการค้าจีน-สหรัฐมีแต่เสีย

ญี่ปุ่นมองสงครามการค้าจีน-สหรัฐมีแต่เสีย

ญี่ปุ่น มองการตอบโต้ทางการค้าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศใดทั้งสิ้น การที่รัฐบาลจีนประกาศมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐ 128 รายการ อาจนำไปสู่การเกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นายฮิโรชิเกะ เซโกะ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นกล่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ว่า การใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สำหรับประเทศใดๆ และญี่ปุ่นจะยังคงเป็นมิตรกับแต่ละประเทศต่อไป นอกจากนี้ นายเซโกะยังระบุด้วยว่า การจัดการกับปัญหาภาวะสินค้าล้นตลาดถือเป็นหัวใจที่แท้จริงของปัญหานี้ และเป็นเรื่องเหมาะสมที่จะหาแนวทางแก้ไขตามกฎขององค์การการค้าโลก (WTO) ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศพันธมิตรของสหรัฐที่ยังไม่ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม ด้านนายทาโร โคโนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นกล่าวว่าการกำหนดมาตรการเรียกเก็บภาษีเพื่อตอบโต้ซึ่งกันและกันของประเทศรายใหญ่อย่างสหรัฐและจีนนั้น จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจการค้าโลก

หุ้นไทยปิดตลาดร่วงกว่า 17 จุด อยู่ที่ 1,765.24 จุด

หุ้นไทยปิดตลาดร่วงกว่า 17 จุด อยู่ที่ 1,765.24 จุด

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (3 เม.ย. 61) ที่ระดับ 1,765.24 จุด ลดลง -17.04 จุด หรือ -0.96% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,779.04 จุด และทำระดับต่ำสุดที่  1,764.18 จุด ขณะที่มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 62,148.34ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 546.00 บาท ลดลง -6.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4,457.14 ลบ. 2.AOT ปิดที่ 69.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4,160.89 ลบ. 3.EA ปิดที่ 34.00 บาท […]

ธนาคารกลางออสเตรเลีย คงอัตราดอกเบี้ย ตามคาด

ธนาคารกลางออสเตรเลีย คงอัตราดอกเบี้ย ตามคาด

ธนาคารกลางออสเตรเลียมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.5% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเดือนที่ 20 และสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ นายฟิลิป โลว์ ผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลียได้แถลงภายหลังการประชุมวันนี้ว่า ธนาคารกลางยังคงเชื่อว่า เศรษฐกิจออสเตรเลียจะขยายตัวรวดเร็วขึ้นในปี 2018 อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนยังมีความไม่แน่นอน แม้การอุปโภคบริโภคเริ่มกระเตื้องขึ้นในช่วงปลายปีก่อน ขณะที่รายได้ภาคครัวเรือนปรับตัวขึ้นอย่างเชื่องช้า และหนี้สินภาคครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูงมาก ธนาคารกลางออสเตรเลียมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันข้างหน้า แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อม และยอมรับว่าตัวเลขจ้างงานในระบบเศรษฐกิจ และตัวเลขเงินเฟ้อที่จะเข้าใกล้ระดับเป้าหมาย 2.5% นั้น อาจเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ ผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลียกล่าวว่า อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียที่อ่อนค่าลงนั้น จะช่วยสนับสนุนการส่งออกให้ขยายตัวได้    

ธนาคารโลก ชี้ 30 ปีข้างหน้าผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลดลง

ธนาคารโลก ชี้ 30 ปีข้างหน้าผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลดลง

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ธนาคารโลกการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอย่างน้ำมันและถ่านหิน ที่มีผลต่อมลภาวะจะเริ่มน้อยลงไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ธนาคารโลกคาดว่า การใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้าจะลดลงอย่างรวดเร็วในช่วง 30 ปีข้างหน้า และก๊าซธรรมชาติ รวมถึงพลังงานทดแทนจะเป็นแหล่งกระแสไฟฟ้าหลักแทน “โครงสร้างเชื้อเพลิงกระแสไฟฟ้าจากปัจจุบันที่เป็นถ่านหินบวกพลังงานทดแทน จะกลายเป็นก๊าซธรรมชาติบวกพลังงานทดแทน ผมคิดว่า น่าจะในอีก 10-12 ปีข้างหน้า เราจะเห็นแต่การใช้พลังงานทนแทน พร้อมกับคลังกักเก็บก๊าซ และคงไม่มีอย่างอื่นนอกจากนี้ให้เห็นมากนัก” Riccardo Puliti ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัดอุตสาหกรรมพลังงานของธนาคารโลกกล่าว เขากล่าวว่า ถ่านหินจะมีสัดส่วนอยู่ในส่วนประสมพลังงานอีกไม่มากในอีก 30 ปีข้างหน้า เนื่องจากการใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้ามีแต่จะลดลงไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้ถ่านหินในจีนในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 0.7% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกนับแต่ปี 2013

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 6 จุด อยู่ที่ 1,782.28 จุด

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 6 จุด อยู่ที่ 1,782.28 จุด

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (2 เม.ย. 61) ที่ระดับ 1,782.28 จุด เพิ่มขึ้น 6.02 จุด หรือ 0.34% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,783.73 จุด และทำระดับต่ำสุดที่  1,771.58 จุด ขณะที่มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 40,444.88 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 552.00 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 3,193.75 ลบ. 2.EA ปิดที่ 39.00 บาท ลดลง -4.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,566.40 ลบ. 3.KTC ปิดที่ 333.00 บาท เพิ่มขึ้น […]

ราคาเป้าหมาย (Target Price) (ตอนที่ 2)

ราคาเป้าหมาย (Target Price) (ตอนที่ 2)

By… ศรศักดิ สร้อยแสงจันทร์ BF Knowledge Center การประเมินมูลค่าหุ้นเพื่อใช้เป็นราคาเป้าหมายมีวิธีการที่นิยมใช้ 2 วิธี วิธีกระแสเงินสด (Discount Cash flow) วิธีนี้จะประมาณการณ์รายได้ ค่าใช้จ่ายของบริษัท เพื่อหากำไรสุทธิ ในอนาคตเป็นเวลา 5 ปี หรือ 10 ปี  และใช้กระแสเงินสด (ปรับจากตัวเลขกำไรสุทธิ) หรือเงินปันผล ในการคำนวนประกอบกับการใช้อัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง ซึ่งเป็นการพิจารณาถึงกระแสเงินสด/เงินปันผลที่บริษัทสามารถทำให้ผู้ถือหุ้นได้ในระยะยาว วิธีกระแสเงินมีข้อดีที่เป็นการประเมินบนพื้นฐานของผลประโยชน์ที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับจากการลงทุนซื่งสะท้อนมุมมองในระยะของกิจการ และตีมูลค่าในอนาคตให้กลับมาเป็นมูลค่าในปัจจุบัน แต่มีข้อเสียที่การคาดการณ์ไปในอนาคตระยะยาว มีโอกาสคลาดเคลื่อนจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงสูงมาก นักวิเคราะห์ต้องประเมินโดยใช้สมมติฐานต่างๆ มากมาย โดยปัจจัยและตัวแปรที่ใข้มีหลากหลาย หากปัจจัยและสถานะจริงเปลี่ยนไปหรือไม่ตรงกับที่คิดไว้ ตัวเลขที่ประมาณการณ์ไว้จะผิดความจริงไปมาก วิธีมูลค่าเปรียบเทียบ (Relative valuation) นักวิเคระห์จะใช้การประเมินผลกำไรของบริษัทใน 1 ปี ข้างหน้า และคูณด้วย ค่า P/E ที่เหมาะสม ได้เป็นราคาเป้าหมายหรือมูลค่าหุ้นที่เหมาะสม วิธีนี้มีข้อดีกว่าวิธีแรก โดยเป็นการประเมินระยะสั้นจากผลประกอบการที่คาดว่าบริษัทจะทำได้ใน 1 […]

Product Special B-INNOTECH

Product Special B-INNOTECH

ครั้งนี้เรามาพูดถึงกรณีที่ Facebook ประสบปัญหาวิกฤตด้านความโปร่งใส ว่าจะกระทบต่อราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างไรกัน 1. Facebook ถูกสอบสวนว่าปล่อยปละละเลยในการปกป้องสิทธิ ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ทำให้ข้อมูลของผู้ใช้ตกไปอยู่ในมือของบริษัทภายนอก หนึ่งในนั้นคือ บริษัท Cambridge Analytica ที่ได้นำข้อมูลบุคลิกภาพ ความชอบ ของกลุ่มเป้าหมายมาวิเคราะห์ และสร้างแคมเปญ โฆษณา เพื่อชี้นำและปั่นหัวผู้ใช้ จนกระทั่งทรัมป์ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง 2. นอกจากนี้ยังพบว่าเหตุการณ์การลงประชามติของสหราชอาณาจักรเพื่อออกจากยูโร (Brexit) ก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดข้อมูลนี้เช่นกัน เพราะกลุ่มสนับสนุนให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (pro-Brexit) ได้ว่าจ้างให้กลุ่มบริษัท Cambridge Analytica ทำแคมเปญให้ 3. พอร์ตกองทุนหลัก Fidelity Global Technology Fund มี Position ในหุ้น Facebook 0% ด้วยการวิเคราะห์รายบริษัทผู้จัดการกองทุนมองว่าธุรกิจประเภท Digital Advertising ที่มี Penetration rate ระดับ 20% จะเติบโตยากขึ้น […]

จีนตอบโต้สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้า 128 รายการ

จีนตอบโต้สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้า 128 รายการ

รัฐบาลจีนประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ 128 รายการ เพื่อตอบโต้การขึ้นภาษีเหล็กและอลูมิเนียมของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. จีนจะเก็บภาษีเพิ่มเติมจากอัตราเดิมที่เก็บอยู่ตอนนี้ โดยเก็บเพิ่มสูงสุด 25% สำหรับชิ้นส่วนอลูมิเนียม เนื้อหมูแช่แข็ง และอื่นๆ รวม 8 รายการ ส่วนสินค้าอื่นๆ อาทิ ถั่ว ผลไม้ ไวน์และเหล็กม้วน จะเก็บเพิ่ม 15% สินค้าส่วนใหญ่ที่จีนเก็บภาษีเพิ่มเติม คือ สินค้าเกษตร (ประมาณ 90%) แต่สินค้าทั้งหมดนี้คิดเป็นเพียง 0.2% ของการนำเข้าของจีน ชี้ให้เห็นว่า จีนยังมีความระมัดระวังต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการตั้งกำแพงภาษี จีนหลีกเลี่ยงการตอบโต้ในสินค้าที่มีความสำคัญ เช่น ถั่วเหลือง รถยนต์ และเครื่องบิน ซึ่งเป็นสินค้านำเข้าหลักของจีนจากสหรัฐฯ การตอบโต้นี้ ต่อเนื่องมาจากการประกาศของจีนในช่วงก่อนหน้า ที่จะขึ้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ เป็นมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์ฯ